Skip to content
narrow screen wide screen auto screen Increase font size Decrease font size Default font size blue color orange color green color

สมาคมแอลดีแห่งประเทศไทย

Note

 เฉพาะสมาชิก สามารถเขียนส่งบทความเผยแพร่ขึ้นเว็บสมาคมได้ รวมถึงผลงานทางวิชาการ บทความ และข้อคิดเห็นอื่นๆ.

Home สื่อนวตกรรม สื่อการเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
สื่อการเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2010 เวลา 12:09 น.

สื่อการเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

ชุดที่ 1 ชุดอ่านเขียนเรียนคล่อง 

            เรียบเรียงโดย ศาสตราจารย์ ดร.ผดุง อารยะวิญญู

            เป็นชุดแบบฝึก 30 เล่ม  พิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ 100 แกรม ระบบออฟเซ็ท 4 สี ขนาด 7.25 x 10.25 นิ้ว หนา 32-56 หน้า บรรจุในแพคเก็จสวยหรู    30 เล่ม/ชุด

            ราคาชุดละ 3,600 บาท ประกอบด้วย

 

 

ตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม     เป็นการเตรียมความพร้อมให้เแก่ผู้เรียน ฝึกให้เด็กมีความสามารถในการรับและ แปลผลข้อมูล ประกอบด้วย

            เล่ม 1 ตาดีมีแวว

         ฝึกทักษะการจำแนกภาพจากฉากหลัง (Visual Figure Ground), การต่อเติมภาพ ให้สมบูรณ์ (Visual Closure) และการ จำแนกทางสายตา (Visual Discrimination) การรับรู้ทางสายตาเป็นพื้นฐานในการอ่าน และการเขียน เมื่อเด็กมีทักษะในการรับรู้   ทางสายตาดีขึ้นจะสามารถจำแนกคำได้ กวาดสายตาได้ดีขึ้นทำให้อ่านได้ดีขึ้น

            เล่ม 2 ฟังแล้วเข้าใจ

            ฝึกทักษะการจำแนกทางการฟัง (Auditory Discrimination), การจำทางการฟังและการเรียง ลำดับจากการฟัง (Auditory Memory and Auditory Sequencing) การจะอ่านเขียนได้ดี เด็กจะต้องมีทักษะในการ รับรู้ทางการฟัง การจำทางการฟัง สามารถจำแนกสิ่งที่ได้ฟังได้

            เล่ม 3 หาพวกให้หน่อย

            ฝึกทักษะการจำทางสายตา (Visual Memory) เพื่อจำแนกแยกแยะสิ่งของหรือสิ่งที่ได้เห็นได้ฟังแล้ว สามารถนำไปจัดเข้าพวกได้

            เล่ม 4 จัดแถวให้ด้วย

            ฝึกทักษะการเรียงลำดับภาพ (Picture Sequencing) และฝึกการประสานสายตากับมือ (Eye Hand Coordination) เมื่อมีทักษะในการรับรู้สามารถจำแนกทางการฟังและทางสายตาได้แล้ว นำไปเรียงลำดับสิ่งของจาก เหตุการณ์หรือการฟังได้

            เล่ม 5 รู้ไว้ได้ดี

            ฝึกทักษะการวิเคราะห์ (Analysis) ฝึกให้รู้จักใช้เหตุผล มีความคิด

รวบยอด เพื่อเป็นพื้นฐานในการ เรียนรู้ที่สูงขึ้นต่อไป

ตอนที่ 2  รู้จักตัวอักษร การที่เด็กจะอ่านออกเขียนได้ จะต้องรู้จักตัวอักษร

            จำตัวอักษรได้จึงจะอ่านได้

            เล่ม 6 การจำแนกพยัญชนะ 1

            เล่ม 7 การจำแนกพยัญชนะ 2 ทั้งสองเล่มนี้ฝึกให้เด็กรู้จักพยัญชนะ

(Consonant Identification) เพื่อฝึกทักษะในการจำแนกตัวอักษรที่มีรูปร่างลักษณะ

คล้ายคลึงกัน และแตกต่างกัน เด็กที่เรียนยากมักจะสับสน ระหว่างตัวอักษรที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน

ตอนที่ 3 การอ่านคำ (การอ่านคำที่ประสมด้วยสระ) การสอนเป็นคำ (Word Attack) เพราะคำในภาษาไทย                       ประกอบด้วยพยัญชนะ (พยัญชนะต้น พยัญชนะกลาง  หรือ

            พยัญชนะควบกล้ำและ พยัญชนะท้าย หรือตัวสะกด) สระ (สระแท้

            สระประสมและสระเกิน) รวมทั้งเสียงวรรณยุกต์

            เล่ม 8 สระเดี่ยว 1

            เล่ม 9 สระเดี่ยว 2

            เล่ม 10 สระเดี่ยว 3 ทั้ง 3 เล่มนี้จะฝึกให้เด็กได้รู้จักทั้งรูปและเสียง

สระ (Vowel Identification) โดยใช้เทคนิคคำสัมผัส (Rhyming) เพราะเสียงที่ได้ยิน 

เด่นชัดที่สุดคือเสียงสระการใช้คำสัมผัสที่มีเสียงคล้องจองกันในการสอนเด็กจะช่วย

ให้เด็กเพลิดเพลินและทำให้เด็กอ่านได้ดีขึ้น

            เล่ม 11 สระผสมสระเกิน ฝึกให้เด็กรู้จักรูปและเสียงสระที่มีมากกว่า

1 รูป 1 เสียงประสมกัน

            เล่ม 12 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 1 กลุ่มง่าย)

            เล่ม 13 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 2 กลุ่มง่าย)

            เล่ม 14 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 3 กลุ่มปานกลาง)

            เล่ม 15 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 4 กลุ่มปานกลาง)

            เล่ม 16 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 5 กลุ่มปานกลาง)

            เล่ม 17 พยัญชนะต้น (พยัญชนะเดี่ยว 6 กลุ่มยาก) ทั้ง 6 เล่มนี้ฝึก

ทักษะการบอกลักษณะและจำแนก ตัวอักษร (Letter Identification/Discrimination)

            เล่ม 18 พยัญชนะต้น (พยัญชนะควบกล้ำ 1)

            เล่ม 19 พยัญชนะต้น (พยัญชนะควบกล้ำ 2) ทั้งสองเล่มฝึกให้รู้จักตัวอักษร 2 ตัวที่นำมาใช้ร่วมกัน

            เล่ม 20 สระลดรูป/เปลี่ยนรูป

            เล่ม 21 อักษรนำ เป็นพยัญชนะต้นที่มีอักษร 2 ตัวร่วมกันทำหน้าที่แต่ออกเสียงเป็นเสียงเดียว เป็นอีกหนึ่งทักษะที่เด็กต้องได้รับการฝึกฝน

            เล่ม 22 ตัวสะกด 1 การสะกดคำในภาษาไทยเป็นระบบที่ค่อนข้างจะสลับซับซ้อน เพราะมีทั้งตัวสะกด ตรงตามมาตราตัวสะกด ตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา การฝึกทักษะอย่างมีระบบจะช่วยให้เด็กสะกดคำได้ง่ายขึ้น

            เล่ม 23 ตัวสะกด 2  การนำวิธีโฟนิกส์ (Phonics Method) มาใช้ในการแจกแจงเสียงเพื่อฝึกทักษะ ในการอ่านออกเสียง การเขียนและสะกดคำ

            เล่ม 24 วรรณยุกต์/ตัวการันต์ วิธีโฟนิกส์ (Phonics Method) จะช่วยให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง สี เสียงและรูปของตัวอักษร ตัวสระและตัววรรณยุกต์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสะกดคำได้ง่ายขึ้น

 

               เล่ม 25 การเขียนตัวอักษร ฝึกให้เด็กเขียนตัวอักษรด้วยวิธีอักษรจาง (Fading Letter),  ตัวเลขจาง (Fading Letter) และโดยวิธีใช้สีเป็นรหัส (Color Coded Writing) เด็กไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนส่วนใดของตัวอักษรก่อน เด็กหลายคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับทิศทาง จึงควรมีจุดเริ่มต้น มีทิศทาง มีจุดสิ้นสุดเพื่อให้เขียนตัวอักษรได้ถูกวิธี ลายมือ อ่านง่าย

            เล่ม 26 การอ่านจับใจความ โดยเทคนิคการบันทึกชี้นำ (Guided Note), วิธีก้างปลา (Herring Bone Method) เพื่อสร้างรหัสเป็นสื่อนำทางสายตา, วิธีกำหนดคำสำคัญของเรื่อง (Story Board Writing) เพื่อให้เด็ก สะกัดใจความสำคัญออกมาให้ได้, การเรียงลำดับภาพ (Picture Sequencing)  เพราะเด็กอ่านแล้วจับใจความไม่ได้ อ่านแล้วไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน-หลัง จึงต้องฝึกลำดับให้มีทักษะในการจัดลำดับ นำไปสู่การเรียงลำดับ เหตุการณ์ในข้อความที่อ่านได้อย่างเป็นระบบยิ่งขึ้น ทำให้เด็กอ่านจับใจความได้

 

            เล่ม 27 การเขียนประโยค/การเขียนเรียงความ ด้วยเทคนิคการสอนเขียนจากแผ่นป้าย (Story Board  Writing) ฝึกทักษะการเรียงประธาน กริยาและกรรมให้ประโยคให้ถูกต้อง

            เล่ม 28 แบบทดสอบการอ่านการเขียนเบื้องต้น เป็นเล่มที่ใช้เพื่อวัดและประเมินผล หลังจากการใช้ ชุดฝึกทักษะทั้ง 27 เล่มมาแล้ว (หรือใช้ทดสอบเด็กก่อนการใช้ชุดอ่านเขียนเรียนคล่องพัฒนาทักษะผู้เรียน)

            เล่ม 29 แบบทดสอบทักษะภาษาไทย มีทักษะที่ต้องทดสอบทั้งหมด 20 ทักษะ

            เล่ม 30 แบบทดสอบทักษะคณิตศาสตร์เบื้องต้น มีทักษะที่ต้องทดสอบทั้งหมด 20 ทักษะ

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 21 กรกฏาคม 2010 เวลา 11:19 น.
 

การเรียนรวม (Inclusion)

Sample image

กาเรียนรวมเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่เป็นแนวคิดเชิงปรัญญาที่คล้ายกับการเรียนร่วม  More